AWF Kan

awf kanchanaburi

กระเทียมช่วยต้านมะเร็งได้

Posted by on December 24, 2019


สถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐอเมริกาจัดให้กระเทียมเป็นพืชที่มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง ทั้งนนี้ขึนอยู่กับปริมาณสารประกอบกระเทียมที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ในกระเทียมแต่ละประเภทจะแตกต่างกันและสลายไปตามเวลา องค์การอนามัยโลก (World Health Organi/ation) จึงแนะนำให้รับประทานกระเทียมที่มีสารอัลลิซิน (Allicin, หรือกระเทียมปั่นด้วยเครื่องปั่น) ในปริมาณ 2 – 5 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งเท่ากับกระเทียมอย่างน้อยหนึ่งกลีบต่อวัน หรือกระเทียมผง 0.4 – 1.2 กรัม หรือน้ำมันกระเทียม 5 กรัม หรือสารสกัดกระเทียม 300 – 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน จากการศึกษาในสัตว์พบว่า สารประกอบอัลลิลไดซัลไฟด์ (Allyl Disulphide) ในกระเทียมอาจช่วยป้องกันการลุกลามของเนื้องอกชนิดร้ายแรงได้ นอกจากนี้ยังสันนิษฐานว่ากระเทียมมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย ยับยั้งการสร้างสารก่อมะเร็ง เพิ่มการซ่อมแซมสารพันธุกรรม และลดการเพิ่มจำนวนเซลล์

ผลการศึกษาที่รายงานโดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐอเมริกาเผยว่า มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันระหว่างการบริโภคกระเทียมและอัตราความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งในหลายอวัยวะ เช่น กระเพาะอาหาร ลำไส้ใหญ่ หลอดอาหาร ตับอ่อน และเต้านม และยังมีผลการศึกษาถึงเจ็ดผลงานระบุว่า การรับประทานกระเทียมทั้งชนิดดิบและสุกสามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ ด้านสถาบันมะเร็งและโภชนาการยุโรปก็กำลังดำเนินการศึกษาเกี่ยวกับโภชนาการต้านมะเร็งในกว่า 10 ประเทศ เบื้องต้น พบว่า การรับประทานหัวหอมและกระเทียมช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้
การศึกษาถึงความสัมพันธ์ของรูปแบบการรับประทานอาหาร การกระจายตัวของไขมันและความเสี่ยวต่อการป่วยเป็นมะเร็งในหญิงสูงวัยแห่งรัฐไอโอวา (Iowa) ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า หญิงสูงวัยที่รับประทานกระเทียมมีความเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ส่วนปลายลดลงถึงร้อยละ 50 ด้านหลักฐานการศึกษาในรัฐแซนแฟรนซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า การบริโภคกระเทียมช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งตับอ่อนได้ถึงร้อยละ 54 ส่วนผลวิจัยจากฝรั่งเศสยังเสนอแนะว่าการบริโภคกระเทียมสามารถลดความเสี่ยงต่อการป่วยเป็นมะเร็งเต้านมได้ โดยความเสี่ยงจะยิ่งลดลง หากบริโภคสารที่มีกากใยสูงร่วมกับพืชกลุ่มกระเทียมและหัวหอมด้วย

นอกจากนี้ยังมีการศึกษาที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของปริมาณการบริโภคหัวหอม กระเทียมและโอกาสเกิดมะเร็ง โดยกลุ่มที่บริโภคพืชดังกล่าวมากกว่า 10 กรัมต่อวัน มีความเสี่ยงต่อการป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากต่ำกว่ากลุ่มที่บริโภคพืชดังกล่าวในปริมาณน้อยกว่า 2.2 กรัมต่อวัน ในมณฑลซานตง ประเทศจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีประชากรป่วยเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหารสูงที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง นักวิจัยจึงทำการศึกษาในประชาชน 5,000 คนที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร โดยแบ่งผู้เข้าร่วมวิจัยเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกรับประทานสารอัลลิทริดินสังเคราะห์ (Synthetic Allitridin) สารสกัดจากกระเทียมปริมาณ 200 มิลลิกรัมต่อวัน ร่วมกับการรับปรทานซีลีเนียม ( selenium) ปริมาณ 100 ไมโครกรัมวันเว้นวัน อีกกลุ่มหนึ่งได้รับยาหลอก จากนั้นติดตามผลการวิจัยเป็นเวลา 5 ปี พบว่าผู้เข้าร่วมวิจัยกลุ่มแรกที่ได้รับสารสกัดอัลลิทริดินและซีลีเนียมมีความเสี่ยงต่อการเกิดเนื้องอกในกระเพาะอาหารลดลงร้อยละ 33 และมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งหลอดอาหารลดลงถึงร้อยละ 52 เมื่อเปรียบเทียบกับผู้เข้าร่วมวิจัยกลุ่มที่สองซึ่งได้รับยาหลอก เพื่อให้ห่างไกลมะเร็ง จึงควรมีกระเทียมอยู่ในส่วนผสมของอาหารทุกๆ วัน และกินกระเทียมสดเป็นเครื่องเคียงหรือผักแนมเป็นประจำ

7 วิธีลดความเสี่ยงมะเร็ง

สถาบันมะเร็งแห่งชาติได้แนะวิธีปฏิบัติตัวเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งดังนี้

  1. ไม่รับประทานอาหารขึ้นรา เพราะมีสารอัลฟาท็อกซิน (Aflatoxin) ปนเปื้อนซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งตับ
  2. ลดอาหารไขมัน อาหารไขมันสูงจะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม ลำไส้ใหญ่ และต่อมลูกหมาก
  3. ลดอาหารดองเค็ม ปิ้ง – ย่าง รมควัน และอาหารที่ถนอมด้วยเกลือโซเดียมไนเตรตและโพแทสเซียมไนเตรต หรือดินประสิว เพราะทำให้เสี่ยงต่อมะเร็งหลอดอาหาร กระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่
  4. ไม่รับประทานอาหารสุกๆ ดิบ ๆ เช่น ก้อยปลา ปลาจ่อม ฯลฯ เพราะเป็นสาเหตุของโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีในตับ
  5. ไม่สูบบุหรี่และเคี้ยวยาสูบ เพราะบุหรี่จะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอด กล่องเสียง ฯลฯ การเคี้ยงยาสูบจะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งช่องปากและช่องคอ
  6. ลดการดื่มแอลกอฮอล์เพื่อลดการเป็นมะเร็งตับ
  7. ไม่ตากแดดมากเกินไป เพราะจะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนัง