<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>มูลนิธิสงเคราะห์สัตว์</title>
	<atom:link href="http://www.awf-kanchanaburi.org/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.awf-kanchanaburi.org</link>
	<description>สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรี</description>
	<lastBuildDate>Tue, 27 Dec 2011 08:55:45 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.1</generator>
		<item>
		<title>ปฏิทินตั้งโต๊ะ ปี 2555 และเสื้อ T-Shirt ของมูลนิธิฯ</title>
		<link>http://www.awf-kanchanaburi.org/2011/12/calendar-2555/</link>
		<comments>http://www.awf-kanchanaburi.org/2011/12/calendar-2555/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 17 Dec 2011 08:24:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Piyaporn</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.awf-kanchanaburi.org/?p=424</guid>
		<description><![CDATA[หากกำลังมองหาของขวัญมอบให้แก่กันในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึงนี้ ทางมูลนิธิสงเคราะห์็สัตว์ กาญจนุบุรี ได้จัดทำ ปฏิทินตั้งโต๊ะ ปี 2555 และเสื้อ T-Shirt รายได้จากการจัดจำหน่าย  นำมาสมทบช่วยเหลือ สุนัขและแมวจรจัด ของมูลนิธิฯ ค่ะ สามารถสั่งซื้อได้ที่พี่ไก่ใจดีนะคะ พี่ไก่คอยช่วยเหลือสนับสนุนกิจกรรมให้กับทางมูลนิธิฯ ด้วยดีเสมอมา ขอขอบคุณพี่ไก่ มา ณ โอมากนะคะ สั่งซื้อ Click ที่นี่ได้เลยค่ะ ปฏิทินตั้งโต๊ะ ราคาเล่มละ 100 บาทค่ะ มี 2 แบบให้เลือกนะคะ แบบที่หนึ่ง  รวมรูปสุนัขหลายๆพันธุ์  12 เดือน 12 พันธุ์ไม่ซ้ำกัน แบบที่สอง รวมรูปสัตว์ต่างๆหลายชนิด เสื้อ T-Shirt มีสามสีนะคะ  สีเหลือง สีชมพู และสีส้ม มีทั้งคอกลม และคอวี Size: S/36&#8243; Size: M/40&#8243; Size: L/44&#8243; ราคาตัวละ 180 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.awf-kanchanaburi.org%2F2011%2F12%2Fcalendar-2555%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.awf-kanchanaburi.org%2F2011%2F12%2Fcalendar-2555%2F&amp;source=helloAWF&amp;style=normal&amp;b=2" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p>หากกำลังมองหาของขวัญมอบให้แก่กันในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึงนี้ ทางมูลนิธิสงเคราะห์็สัตว์ กาญจนุบุรี ได้จัดทำ ปฏิทินตั้งโต๊ะ ปี 2555 และเสื้อ T-Shirt รายได้จากการจัดจำหน่าย  นำมาสมทบช่วยเหลือ สุนัขและแมวจรจัด ของมูลนิธิฯ ค่ะ<span id="more-424"></span></p>
<p>สามารถสั่งซื้อได้ที่พี่ไก่ใจดีนะคะ พี่ไก่คอยช่วยเหลือสนับสนุนกิจกรรมให้กับทางมูลนิธิฯ ด้วยดีเสมอมา<br />
ขอขอบคุณพี่ไก่ มา ณ โอมากนะคะ</p>
<p><a href="http://www.facebook.com/bkdabsi" target="_blank">สั่งซื้อ Click </a><a href="http://www.facebook.com/bkdabsi" target="_blank">ที่นี่ได้เลย</a><a href="http://www.facebook.com/bkdabsi" target="_blank">ค่ะ</a></p>
<h2>ปฏิทินตั้งโต๊ะ ราคาเล่มละ 100 บาทค่ะ มี 2 แบบให้เลือกนะคะ</h2>
<h3>แบบที่หนึ่ง  รวมรูปสุนัขหลายๆพันธุ์  12 เดือน 12 พันธุ์ไม่ซ้ำกัน</h3>
<p><a rel="attachment wp-att-425" href="http://www.awf-kanchanaburi.org/2011/12/calendar-2555/type1-0/"></a><a rel="attachment wp-att-425" href="http://www.awf-kanchanaburi.org/2011/12/calendar-2555/type1-0/"><img class="aligncenter size-full wp-image-425" title="ปฏิทินตั้งโต๊ะปี 2555 แบบที่ 1" src="http://www.awf-kanchanaburi.org/wp-content/uploads/2011/12/Type1-0.jpg" alt="" width="600" height="600" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a rel="attachment wp-att-432" href="http://www.awf-kanchanaburi.org/2011/12/calendar-2555/type1-2/"><img class="aligncenter size-full wp-image-432" title="ปฏิทินตั้งโต๊ะ ปี 2555 แบบที่ 1" src="http://www.awf-kanchanaburi.org/wp-content/uploads/2011/12/Type1-2.jpg" alt="" width="600" height="600" /></a></p>
<h3>แบบที่สอง รวมรูปสัตว์ต่างๆหลายชนิด</h3>
<p><a rel="attachment wp-att-437" href="http://www.awf-kanchanaburi.org/2011/12/calendar-2555/type2-0/"><img class="aligncenter size-full wp-image-437" title="ปฏิทินตั้งโต๊ะ ปี 2555 แบบที่ 2" src="http://www.awf-kanchanaburi.org/wp-content/uploads/2011/12/Type2-0.jpg" alt="" width="600" height="600" /></a></p>
<p><a rel="attachment wp-att-438" href="http://www.awf-kanchanaburi.org/2011/12/calendar-2555/type2-1/"><img class="aligncenter size-full wp-image-438" title="ปฏิทินตั้งโต๊ะ ปี 2555 แบบที่ 2" src="http://www.awf-kanchanaburi.org/wp-content/uploads/2011/12/Type2-1.jpg" alt="" width="600" height="600" /></a></p>
<h2>เสื้อ T-Shirt มีสามสีนะคะ  สีเหลือง สีชมพู และสีส้ม มีทั้งคอกลม และคอวี</h2>
<h3><a rel="attachment wp-att-441" href="http://www.awf-kanchanaburi.org/2011/12/calendar-2555/tshirt/"><img class="aligncenter size-full wp-image-441" title="T-Shirt มูลนิธิสงเคราะห์สัตว์ กาญจนบุรี" src="http://www.awf-kanchanaburi.org/wp-content/uploads/2011/12/tshirt.jpg" alt="" width="600" height="600" /></a></h3>
<p>Size: S/36&#8243;<br />
Size: M/40&#8243;<br />
Size: L/44&#8243;<br />
ราคาตัวละ 180 บาท</p>
<p>Size: XL/48&#8243;<br />
ราคาตัวละ 200 บาท</p>
<p><a href="http://www.facebook.com/bkdabsi" target="_blank">สั่งซื้อ Click </a><a href="http://www.facebook.com/bkdabsi" target="_blank">ที่นี่ได้เลย</a><a href="http://www.facebook.com/bkdabsi" target="_blank">ค่ะ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.awf-kanchanaburi.org/2011/12/calendar-2555/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สระสุวรรณชาด</title>
		<link>http://www.awf-kanchanaburi.org/2010/10/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.awf-kanchanaburi.org/2010/10/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 18 Oct 2010 05:13:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Piyaporn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blog]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.awf-kanchanaburi.org/?p=417</guid>
		<description><![CDATA[เดี๋ยวนี้บรรดาคนรักสุนัขคงไม่ต้องเศร้าเสียใจอีกต่อไป หากเจ้าตูบของคุณเกิดล้มป่วยด้วยโรคทางกระดูก ทั้งนี้ด้วยพระเมตตากรุณาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อสัตว์เลี้ยงต่างๆ โดยเฉพาะสุนัขที่ทรงมีความใกล้ชิดเป็นอย่างมาก ทรงสนพระราชหฤทัยในการรักษาสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสัตว์ที่ป่วยเป็นโรคกระดูก ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีอยู่เป็นจำนวนมาก ด้วยนำ้พระราชหฤทัยอันประเสริฐสุดได้ทรงพระกรุณาพระราชทานเงินรายได้จากการจำหน่ายเสื้อคุณทองแดงจำนวน ๒,๑๓๑,๓๕๑ บาท สร้างสระว่ายนำ้สำหรับสุนัขขึ้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้โรงพยาบาลสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เป็นผู้ดำเนินการสร้างสระว่ายนำ้สำหรับการรักษาแบบธาราบำบัดเพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายสุนัขที่ป่วยด้วยโรคทางกระดูกและข้อ รวมถึงโรคทางระบบประสาท พร้อมกับพระราชทานชื่อว่า “สระสุวรรณชาด” ตามชื่อคุณทองแดงผู้เป็นเจ้าของสระ สระสุวรรณชาดแบ่งเป็น ๒ ส่วน คือ ส่วนสระว่ายนำ้สำหรับสุนัขทั่วไปที่ต้องการออกกำลังกาย และส่วนสระกายภาพบำบัดสำหรับสุนัขป่วย โดยสุนัขที่เข้ารับการรักษาจะไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากค่าบำรุงรักษาสระนำ้รายละ ๑๕๐ บาทเท่านั้น และในปัจจุบันก็มีเจ้าตูบเข้ามาใช้บริการที่สระดังกล่าวเฉลี่ยวันละ ๑๐ ตัวเลยทีเดียว นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่แผ่ไพศาลสู่สัตว์โลกทั้งปวง แหล่งที่มา: ข่าวมูลนิธิสงเคราะห์สัตว์ ฉบับที่ 1 ปี 2553]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.awf-kanchanaburi.org%2F2010%2F10%2F%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2593%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2594%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.awf-kanchanaburi.org%2F2010%2F10%2F%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2593%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2594%2F&amp;source=helloAWF&amp;style=normal&amp;b=2" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p>เดี๋ยวนี้บรรดาคนรักสุนัขคงไม่ต้องเศร้าเสียใจอีกต่อไป หากเจ้าตูบของคุณเกิดล้มป่วยด้วยโรคทางกระดูก ทั้งนี้ด้วยพระเมตตากรุณาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อสัตว์เลี้ยงต่างๆ โดยเฉพาะสุนัขที่ทรงมีความใกล้ชิดเป็นอย่างมาก ทรงสนพระราชหฤทัยในการรักษาสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสัตว์ที่ป่วยเป็นโรคกระดูก<span id="more-417"></span> ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีอยู่เป็นจำนวนมาก ด้วยนำ้พระราชหฤทัยอันประเสริฐสุดได้ทรงพระกรุณาพระราชทานเงินรายได้จากการจำหน่ายเสื้อคุณทองแดงจำนวน ๒,๑๓๑,๓๕๑ บาท สร้างสระว่ายนำ้สำหรับสุนัขขึ้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้โรงพยาบาลสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เป็นผู้ดำเนินการสร้างสระว่ายนำ้สำหรับการรักษาแบบธาราบำบัดเพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายสุนัขที่ป่วยด้วยโรคทางกระดูกและข้อ รวมถึงโรคทางระบบประสาท พร้อมกับพระราชทานชื่อว่า<span style="color: #000000;"> <strong>“สระสุวรรณชาด”</strong></span> ตามชื่อคุณทองแดงผู้เป็นเจ้าของสระ</p>
<p>สระสุวรรณชาดแบ่งเป็น ๒ ส่วน คือ ส่วนสระว่ายนำ้สำหรับสุนัขทั่วไปที่ต้องการออกกำลังกาย และส่วนสระกายภาพบำบัดสำหรับสุนัขป่วย โดยสุนัขที่เข้ารับการรักษาจะไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากค่าบำรุงรักษาสระนำ้รายละ ๑๕๐ บาทเท่านั้น และในปัจจุบันก็มีเจ้าตูบเข้ามาใช้บริการที่สระดังกล่าวเฉลี่ยวันละ ๑๐ ตัวเลยทีเดียว<br />
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่แผ่ไพศาลสู่สัตว์โลกทั้งปวง</p>
<p style="text-align: right;">แหล่งที่มา: ข่าวมูลนิธิสงเคราะห์สัตว์ ฉบับที่ 1 ปี 2553</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.awf-kanchanaburi.org/2010/10/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ยิ้ม</title>
		<link>http://www.awf-kanchanaburi.org/2010/10/%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://www.awf-kanchanaburi.org/2010/10/%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 11 Oct 2010 06:12:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Piyaporn</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.awf-kanchanaburi.org/?p=403</guid>
		<description><![CDATA[การยิ้มในแต่ละครั้งอาศัยการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อจำนวน ๑๗  มัด เมื่อเรายิ้ม สมองจะหลั่งสารเอนดอร์ฟินส์ (endorphins) ออกมา สารตัวนี้นี่เองที่ทำให้คนเรารู้สึกมีความสุข การทำหน้านิ่วคิ้วขมวดต้องอาศัยการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมากถึง ๔๓ มัด และทำให้หน้าแก่กว่าวัย แหล่งที่มา: ข่าวมูลนิธิสงเคราะห์สัตว์ ฉบับที่ 2 ปี 2553]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.awf-kanchanaburi.org%2F2010%2F10%2F%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b4%25e0%25b9%2589%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.awf-kanchanaburi.org%2F2010%2F10%2F%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b4%25e0%25b9%2589%2F&amp;source=helloAWF&amp;style=normal&amp;b=2" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p>การยิ้มในแต่ละครั้งอาศัยการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อจำนวน ๑๗  มัด<span style="color: #000000;"><strong> <span style="color: #000000;">เมื่อเรายิ้ม สมองจะหลั่งสารเอนดอร์ฟินส์</span></strong></span><strong><span style="color: #000000;"> (endorphins) ออกมา สารตัวนี้นี่เองที่ทำให้คนเรารู้สึกมีความสุข<span id="more-403"></span></span></strong></p>
<p>การทำหน้านิ่วคิ้วขมวดต้องอาศัยการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมากถึง ๔๓ มัด และทำให้หน้าแก่กว่าวัย</p>
<p style="text-align: right;">แหล่งที่มา: ข่าวมูลนิธิสงเคราะห์สัตว์ ฉบับที่ 2 ปี 2553</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.awf-kanchanaburi.org/2010/10/%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฤดูร้อน</title>
		<link>http://www.awf-kanchanaburi.org/2010/10/%e0%b8%a4%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.awf-kanchanaburi.org/2010/10/%e0%b8%a4%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 11 Oct 2010 06:12:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Piyaporn</dc:creator>
				<category><![CDATA[คำคม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.awf-kanchanaburi.org/?p=393</guid>
		<description><![CDATA[ด.ช.ณภัทร ดีเย็น (ป 5/1) ลมร้อนโชยพัดผ่าน  สดชื่นบานยิ้มปรีด ฤดูร้อนนำพา  ความสุขมาให้พวกเรา ไปเที่ยวเล่นน้ำทะเล เสียงร้องเฮทุกข์บรรเทา ลืมเรื่องที่โศกเศร้า  คลายความเหงาไม่เหนื่อยกาย หากใครเบื่อเหลือทน ใจกังวลและวุ่นวาย ความสุขลับเลือนหาย ละลายไปใจร้อนรน คนเราถ้ายิ้มได้ จะสดใสคลายกังวล ถึงแม้ร้อนสุดทน เราเป็นคนควรใจเย็น แหล่งที่มา: ข่าวมูลนิธิสงเคราะห์สัตว์ ฉบับที่ 2 ปี 2553]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.awf-kanchanaburi.org%2F2010%2F10%2F%25e0%25b8%25a4%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b9%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.awf-kanchanaburi.org%2F2010%2F10%2F%25e0%25b8%25a4%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b9%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599%2F&amp;source=helloAWF&amp;style=normal&amp;b=2" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p style="text-align: left;">ด.ช.ณภัทร ดีเย็น (ป 5/1)</p>
<p style="text-align: left;">ลมร้อนโชยพัดผ่าน  สดชื่นบานยิ้มปรีด<br />
ฤดูร้อนนำพา  ความสุขมาให้พวกเรา</p>
<p style="text-align: left;">ไปเที่ยวเล่นน้ำทะเล เสียงร้องเฮทุกข์บรรเทา<br />
ลืมเรื่องที่โศกเศร้า  คลายความเหงาไม่เหนื่อยกาย<span id="more-393"></span></p>
<p style="text-align: left;">หากใครเบื่อเหลือทน ใจกังวลและวุ่นวาย<br />
ความสุขลับเลือนหาย ละลายไปใจร้อนรน</p>
<p style="text-align: left;">คนเราถ้ายิ้มได้ จะสดใสคลายกังวล<br />
ถึงแม้ร้อนสุดทน เราเป็นคนควรใจเย็น</p>
<p style="text-align: left;">แหล่งที่มา: ข่าวมูลนิธิสงเคราะห์สัตว์ ฉบับที่ 2 ปี 2553</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.awf-kanchanaburi.org/2010/10/%e0%b8%a4%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตีนโต</title>
		<link>http://www.awf-kanchanaburi.org/2010/10/%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%95/</link>
		<comments>http://www.awf-kanchanaburi.org/2010/10/%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%95/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 11 Oct 2010 05:48:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Piyaporn</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.awf-kanchanaburi.org/?p=376</guid>
		<description><![CDATA[เป็นสุนัขเพศผู้ สีนำ้ตาลดำ ที่ถูกนำมาปล่อยทิ้ง แล้วมันก็เดินเข้ามาขอ อาศัยอยู่ที่สวนสัตว์เลี้ยง ด้วยลักษณะที่น่าเกรงขามจึงไม่มีสุนัขตัวใดขับไล่ แม่ชีจึงตั้งชื่อมันว่า “ตีนโต” หลังจากนั้นมันก็ทำหน้าที่เป็น รปภ. ให้แม่ชี หากแม่ชีไปทำงานที่ใดมันจะคอยเฝ้ามองและติดตามไปด้วย ทุกวันแม่ชีจะต้องไปทำหน้าที่จ่ายอาหารที่โรงครัว มันก็ตามไปเฝ้านั่งรอ นอนรอ จนกว่าแม่ชีจะกลับ ส่วนเวลากลางคืน ตีนโตจะคอยดูแลความปลอดภัยอยู่ที่หน้าสำนักงานฯ หากมีผู้เข้ามายามวิกาลมันจะกระโจนเห่าและกัดเป็นที่น่าเกรงกลัว จนไม่มีใครกล้าเข้ามาในเวลากลางคืน แหล่งที่มา: ข่าวมูลนิธิสงเคราะห์สัตว์ ฉบับที่ 2 ปี 2553]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.awf-kanchanaburi.org%2F2010%2F10%2F%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%2595%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.awf-kanchanaburi.org%2F2010%2F10%2F%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%2595%2F&amp;source=helloAWF&amp;style=normal&amp;b=2" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p><a rel="attachment wp-att-378" href="http://www.awf-kanchanaburi.org/2010/10/%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%95/teento/"><img class="alignleft size-medium wp-image-378" title="teento" src="http://www.awf-kanchanaburi.org/wp-content/uploads/2010/10/teento-300x297.jpg" alt="" width="300" height="297" /></a>เป็นสุนัขเพศผู้ สีนำ้ตาลดำ ที่ถูกนำมาปล่อยทิ้ง แล้วมันก็เดินเข้ามาขอ อาศัยอยู่ที่สวนสัตว์เลี้ยง ด้วยลักษณะที่น่าเกรงขามจึงไม่มีสุนัขตัวใดขับไล่ แม่ชีจึงตั้งชื่อมันว่า<strong><span style="color: #000000;"> “ตีนโต” <span id="more-376"></span></span></strong></p>
<p>หลังจากนั้นมันก็ทำหน้าที่เป็น รปภ. ให้แม่ชี หากแม่ชีไปทำงานที่ใดมันจะคอยเฝ้ามองและติดตามไปด้วย ทุกวันแม่ชีจะต้องไปทำหน้าที่จ่ายอาหารที่โรงครัว มันก็ตามไปเฝ้านั่งรอ นอนรอ จนกว่าแม่ชีจะกลับ ส่วนเวลากลางคืน ตีนโตจะคอยดูแลความปลอดภัยอยู่ที่หน้าสำนักงานฯ หากมีผู้เข้ามายามวิกาลมันจะกระโจนเห่าและกัดเป็นที่น่าเกรงกลัว จนไม่มีใครกล้าเข้ามาในเวลากลางคืน</p>
<p style="text-align: right;">แหล่งที่มา: ข่าวมูลนิธิสงเคราะห์สัตว์ ฉบับที่ 2 ปี 2553</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.awf-kanchanaburi.org/2010/10/%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องของมอม</title>
		<link>http://www.awf-kanchanaburi.org/2010/10/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.awf-kanchanaburi.org/2010/10/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 11 Oct 2010 05:38:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Piyaporn</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.awf-kanchanaburi.org/?p=371</guid>
		<description><![CDATA[สุปรีย เชนยะวณิข บ้านเจ้าของมอมเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์  การนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาเลี้ยงไม่ใช่เป็นเรื่องยาก แต่การที่จะต้องดูแล รับผิดชอบต่อสัตว์ที่นำเข้ามาเป็นเรื่องที่สำคัญมากและยากกว่า ครอบครัวของมอมต้องการให้ลูก ๆ มีของเล่นจึงนำลูกสุนัขพันธุ์ผสมเพศเมียมาเลี้ยงให้เป็นของเล่นและเพื่อนเล่นของลูกๆ และตั้งชื่อมันว่า “มอม” เจ้าของไม่ได้สนใจ ใ่ส่ใจกับสัตว์ที่มีชีวิตตัวนี้เลย มอมไม่ได้กินไม่ได้อยู่ ถึงเวลาลูกๆ เอาไปอุ้มเล่น เวลามันหิวมันจะร้อง เจ้าของก็ไม่เคยใส่ใจ  เพื่อนบ้านที่รักสัตว์เห็นจึงคอยนำอาหารหยิบยื่นให้มอมได้กิน  พอมอมอายุได้ ๒ เดือน มันซนไปกัดรองเท้าเจ้าของบ้าน เขาจึงนำมอมไปปล่อยทิ้งท้ายหมู่บ้าน เพื่อนบ้านที่เคยให้อาหารมอมกินก็ตามไปให้อาหารมอมที่ท้ายหมู่บ้าน เพื่อนบ้านที่ไม่รักสัตว์คอยต่อว่า ถากถางและบอกจะเรียกเทศบาลมาจับ  พอมอมอายุได้ ๖ เดือน คนรักสัตว์ก็ช่วยกันนำมอมไปทำหมัน มอมโตแล้วก็คอยวิ่งตามคนให้อาหาร จนกระทั่งมอมกลับมาอยู่ซอยเดิมที่เคยอยู่ เจ้าของเดิมเห็นมอมก็ทำเฉย มอมกลายเป็นหมาจรจัด ไม่มีเจ้าของ มอมพบผู้คนก็เข้าไปใกล้ คนไม่รักสัตว์ก็กลัวมอมจะกัด เจ้าของเดิมรู้ก็นำมอมไปปล่อยอีกครั้ง มอมโตแล้วจึงสามารถกลับมาบ้านได้อีกครั้ง สุดท้ายคนให้อาหารมอมกินจึงพามอมไปอยู่จังหวัดอุทัยธานี  เพื่อตัดปัญหาต่างๆ  จึงอยากจะบอกว่าคนที่ไม่พร้อมจะเลี้ยงสัตว์ ไม่มีความเมตตาและรับผิดชอบก็อย่าได้นำสุนัขมาเลี้ยงอีกเลยเพราะมันเป็นบาป ส่วนครอบครัวมอมยังคิดไม่ได้ ไม่มีจิตสำนึก  เขายังสรรหาสุนัขมาเลี้ยงอีก ทุกวันนี้สุนัขที่เขาเลี้ยงอยู่ ๒ ตัว ก็ยังเลี้ยงปล่อยให้อยู่ตามยถากรรมเช่นเคย คือไม่เคยดูแล อาหารให้บ้าง ไม่ให้บ้าง เป็นกรรมของสัตว์จริงๆ  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.awf-kanchanaburi.org%2F2010%2F10%2F%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b7%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a1%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.awf-kanchanaburi.org%2F2010%2F10%2F%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b7%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a1%2F&amp;source=helloAWF&amp;style=normal&amp;b=2" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p style="text-align: right;">สุปรีย เชนยะวณิข</p>
<p><a rel="attachment wp-att-383" href="http://www.awf-kanchanaburi.org/2010/10/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%a1/mom/"><img class="alignright size-medium wp-image-383" title="mom" src="http://www.awf-kanchanaburi.org/wp-content/uploads/2010/10/mom-254x300.jpg" alt="" width="254" height="300" /></a>บ้านเจ้าของมอมเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ <strong> <span style="color: #000000;">การนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาเลี้ยงไม่ใช่เป็นเรื่องยาก แต่การที่จะต้องดูแล รับผิดชอบต่อสัตว์ที่นำเข้ามาเป็นเรื่องที่สำคัญมากและยากกว่า<span id="more-371"></span></span></strong></p>
<p>ครอบครัวของมอมต้องการให้ลูก ๆ มีของเล่นจึงนำลูกสุนัขพันธุ์ผสมเพศเมียมาเลี้ยงให้เป็นของเล่นและเพื่อนเล่นของลูกๆ และตั้งชื่อมันว่า<strong><span style="color: #000000;"> “มอม”</span></strong> เจ้าของไม่ได้สนใจ ใ่ส่ใจกับสัตว์ที่มีชีวิตตัวนี้เลย</p>
<p>มอมไม่ได้กินไม่ได้อยู่ ถึงเวลาลูกๆ เอาไปอุ้มเล่น เวลามันหิวมันจะร้อง เจ้าของก็ไม่เคยใส่ใจ  เพื่อนบ้านที่รักสัตว์เห็นจึงคอยนำอาหารหยิบยื่นให้มอมได้กิน  พอมอมอายุได้ ๒ เดือน มันซนไปกัดรองเท้าเจ้าของบ้าน เขาจึงนำมอมไปปล่อยทิ้งท้ายหมู่บ้าน เพื่อนบ้านที่เคยให้อาหารมอมกินก็ตามไปให้อาหารมอมที่ท้ายหมู่บ้าน เพื่อนบ้านที่ไม่รักสัตว์คอยต่อว่า ถากถางและบอกจะเรียกเทศบาลมาจับ  พอมอมอายุได้ ๖ เดือน คนรักสัตว์ก็ช่วยกันนำมอมไปทำหมัน มอมโตแล้วก็คอยวิ่งตามคนให้อาหาร จนกระทั่งมอมกลับมาอยู่ซอยเดิมที่เคยอยู่ เจ้าของเดิมเห็นมอมก็ทำเฉย มอมกลายเป็นหมาจรจัด ไม่มีเจ้าของ มอมพบผู้คนก็เข้าไปใกล้ คนไม่รักสัตว์ก็กลัวมอมจะกัด เจ้าของเดิมรู้ก็นำมอมไปปล่อยอีกครั้ง มอมโตแล้วจึงสามารถกลับมาบ้านได้อีกครั้ง สุดท้ายคนให้อาหารมอมกินจึงพามอมไปอยู่จังหวัดอุทัยธานี  เพื่อตัดปัญหาต่างๆ <span style="color: #000000;"><strong> จึงอยากจะบอกว่าคนที่ไม่พร้อมจะเลี้ยงสัตว์ ไม่มีความเมตตาและรับผิดชอบก็อย่าได้นำสุนัขมาเลี้ยงอีกเลยเพราะมันเป็นบาป</strong></span></p>
<p>ส่วนครอบครัวมอมยังคิดไม่ได้ ไม่มีจิตสำนึก  เขายังสรรหาสุนัขมาเลี้ยงอีก ทุกวันนี้สุนัขที่เขาเลี้ยงอยู่ ๒ ตัว ก็ยังเลี้ยงปล่อยให้อยู่ตามยถากรรมเช่นเคย คือไม่เคยดูแล อาหารให้บ้าง ไม่ให้บ้าง เป็นกรรมของสัตว์จริงๆ  ถ้ามันสามารถพูดได้ มันคงขอให้เลี้ยงมันด้วยความรักและเมตตาบ้าง</p>
<p style="text-align: right;">แหล่งที่มา: ข่าวมูลนิธิสงเคราะห์สัตว์ ฉบับที่ 2 ปี 2553</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.awf-kanchanaburi.org/2010/10/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผู้ใจดีที่ช่วยเหลือพวกผม</title>
		<link>http://www.awf-kanchanaburi.org/2010/09/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%84/</link>
		<comments>http://www.awf-kanchanaburi.org/2010/09/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%84/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 24 Sep 2010 17:05:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Piyaporn</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้มีอุปการะคุณ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.awf-kanchanaburi.org/?p=320</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงนี้สวนสัตว์เลี้ยงประสบภัยแล้งขั้นรุนแรง ต้องตั้งแทงค์นำ้หน้าคอกสุนัข-แมว เพื่อขนน้ำจากที่อื่น ขณะนี้สถานที่ใกล้เคียง เช่น สถาบันฝึกอบรมผู้นำ, เอแบค, บ่อนำ้สาธารณะพุประดู่ ปรากฏว่าตามสระและบ่อนำ้แห้งหมด น้ำประปาของหมู่บ้านต้องเปิด-ปิดเป็นเวลา มูลนิธิสงเคราะห์สัตว์ขอขอบคุณ พลตรีอุทิศ  สุนทร ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ ๙ พลตรีตะวัน เรืองศรี ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกกาญจนบุรี ที่ได้สงเคราะห์น้ำใช้ พ.อ.ณรงค์ชัย &#8211; ร.อ.หญิงจิราวดี กิ่งเกตุ ที่ได้จัดฝึกอบรมหมออาสาวิชาเทพประสิทธิ์ ณ สถาบันฝึกอบรมผู้นำและมอบรายได้ให้การกุศลทั้งหมด มูลนิธิสงเคราะห์สัตว์เป็นองค์กรหนึ่งที่ได้รับบริจาคด้วย คณะคุณปริยา วงษ์สูง บริจาคเงินซื้อแทงค์น้ำ จำนวน ๑ ใบ ได้จัดซื้อและนำมาตั้งไว้หน้าคอกสุนัขแล้ว ท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กำแพงแสน ที่ได้พาคณะหมอมาทำการรักษาสัตว์ป่วยและทำหมันสุนัขและแมวที่สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรี นิสิตคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ขอนำแมวเพศผู้และเพศเมีย จำนวน ๓๒ ตัวไปศึกษาเพื่อทำหมันและฉีดยา นิสิตคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตร-ศาสตร์ ขอเลือดสุนัขไปทำการวิจัย ทดสอบเผ่าพันธุ์ของสุนัขพันธุ์ทาง แหล่งที่มา: ข่าวมูลนิธิสงเคราะห์สัตว์ ฉบับที่ 2 ปี 2553]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.awf-kanchanaburi.org%2F2010%2F09%2F%25e0%25b8%259c%25e0%25b8%25b9%25e0%25b9%2589%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2584%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.awf-kanchanaburi.org%2F2010%2F09%2F%25e0%25b8%259c%25e0%25b8%25b9%25e0%25b9%2589%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2584%2F&amp;source=helloAWF&amp;style=normal&amp;b=2" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p>ช่วงนี้สวนสัตว์เลี้ยงประสบภัยแล้งขั้นรุนแรง ต้องตั้งแทงค์นำ้หน้าคอกสุนัข-แมว เพื่อขนน้ำจากที่อื่น ขณะนี้สถานที่ใกล้เคียง เช่น สถาบันฝึกอบรมผู้นำ, เอแบค, บ่อนำ้สาธารณะพุประดู่ ปรากฏว่าตามสระและบ่อนำ้แห้งหมด น้ำประปาของหมู่บ้านต้องเปิด-ปิดเป็นเวลา<span id="more-320"></span></p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>มูลนิธิสงเคราะห์สัตว์ขอขอบคุณ</strong></span></p>
<ul>
<li><span style="color: #000000;"><strong>พลตรีอุทิศ  สุนทร</strong></span> ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ ๙</li>
<li><span style="color: #000000;"><strong>พลตรีตะวัน เรืองศรี</strong></span> ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกกาญจนบุรี ที่ได้สงเคราะห์น้ำใช้</li>
<li><span style="color: #000000;"><strong>พ.อ.ณรงค์ชัย &#8211; ร.อ.หญิงจิราวดี กิ่งเกตุ</strong></span> ที่ได้จัดฝึกอบรมหมออาสาวิชาเทพประสิทธิ์ ณ สถาบันฝึกอบรมผู้นำและมอบรายได้ให้การกุศลทั้งหมด มูลนิธิสงเคราะห์สัตว์เป็นองค์กรหนึ่งที่ได้รับบริจาคด้วย</li>
<li><span style="color: #000000;"><strong>คณะคุณปริยา วงษ์สูง</strong></span> บริจาคเงินซื้อแทงค์น้ำ จำนวน ๑ ใบ ได้จัดซื้อและนำมาตั้งไว้หน้าคอกสุนัขแล้ว</li>
<li><span style="color: #000000;"><strong>ท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กำแพงแสน</strong></span> ที่ได้พาคณะหมอมาทำการรักษาสัตว์ป่วยและทำหมันสุนัขและแมวที่สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรี</li>
<li><span style="color: #000000;"><strong>นิสิตคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล</strong></span> ได้ขอนำแมวเพศผู้และเพศเมีย จำนวน ๓๒ ตัวไปศึกษาเพื่อทำหมันและฉีดยา</li>
<li><strong><span style="color: #000000;">นิสิตคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตร-ศาสตร์</span></strong> ขอเลือดสุนัขไปทำการวิจัย ทดสอบเผ่าพันธุ์ของสุนัขพันธุ์ทาง</li>
</ul>
<p style="text-align: right;">แหล่งที่มา: ข่าวมูลนิธิสงเคราะห์สัตว์ ฉบับที่ 2 ปี 2553</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.awf-kanchanaburi.org/2010/09/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โจ๊ก</title>
		<link>http://www.awf-kanchanaburi.org/2010/09/%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b9%8a%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://www.awf-kanchanaburi.org/2010/09/%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b9%8a%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 24 Sep 2010 09:56:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Piyaporn</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.awf-kanchanaburi.org/?p=329</guid>
		<description><![CDATA[ชุม เจตนาดี ชายคนหนึ่งขึ้นโรงพักไปแจ้งความเรื่องภรรยาหาย สารวัตร :  ภรรยาคุณสูงเท่าไหร่? เจ้าทุกข์ : ผมไม่เคยสังเกตครับ สารวัตร :  ผอมหรืออ้วน? เจ้าทุกข์ : ก็ไม่เชิงผอมหรืออ้วน สารวัตร :  ตาสีอะไร? เจ้าทุกข์ : ไม่ได้สังเกตอีกล่ะครับ สารวัตร :  ผมล่ะ สีอะไร? เจ้าทุกข์ :  เธอเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามแฟชั่น สารวัตร :  ตอนหายไปจากบ้าน ภรรยาคุณแต่งกายยังไง? เจ้าทุกข์ : นุ่งกางเกงหรือแต่งเป็นชุด ผมจำไม่ค่อยได้ครับ สารวัตร :  มีใครไปกับเธอหรือเปล่า? เจ้าทุกข์ : มีครับ เป็นหมาพันธุ์ลาบราดอร์ ชื่อ “ซาบู” ใส่ปลอกคอ ล่ามโซ่สีทอง สูงประมาณ ๓๐ นิ้ว ตาสีฟ้า ขนสีน้ำตาล เล็บนิ้วโป้งขาหน้าซ้ายบิ่นนิดหน่อย ไม่เคยเห่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.awf-kanchanaburi.org%2F2010%2F09%2F%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%2588%25e0%25b9%258a%25e0%25b8%2581%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.awf-kanchanaburi.org%2F2010%2F09%2F%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%2588%25e0%25b9%258a%25e0%25b8%2581%2F&amp;source=helloAWF&amp;style=normal&amp;b=2" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p style="text-align: right;">ชุม เจตนาดี</p>
<p>ชายคนหนึ่งขึ้นโรงพักไปแจ้งความเรื่องภรรยาหาย<br />
<strong>สารวัตร</strong> :  ภรรยาคุณสูงเท่าไหร่?<br />
<strong>เจ้าทุกข์</strong> : ผมไม่เคยสังเกตครับ<br />
<strong>สารวัตร</strong> :  ผอมหรืออ้วน?<span id="more-329"></span><br />
<strong>เจ้าทุกข์</strong> : ก็ไม่เชิงผอมหรืออ้วน<br />
<strong>สารวัตร</strong> :  ตาสีอะไร?<br />
<strong>เจ้าทุกข์</strong> : ไม่ได้สังเกตอีกล่ะครับ<br />
<strong>สารวัตร</strong> :  ผมล่ะ สีอะไร?<br />
<strong>เจ้าทุกข์</strong> :  เธอเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามแฟชั่น<br />
<strong>สารวัตร</strong> :  ตอนหายไปจากบ้าน ภรรยาคุณแต่งกายยังไง?<br />
<strong>เจ้าทุกข์</strong> : นุ่งกางเกงหรือแต่งเป็นชุด ผมจำไม่ค่อยได้ครับ<br />
<strong>สารวัตร</strong> :  มีใครไปกับเธอหรือเปล่า?<br />
<strong>เจ้าทุกข์</strong> : มีครับ เป็นหมาพันธุ์ลาบราดอร์ ชื่อ<strong> “ซาบู”</strong> ใส่ปลอกคอ ล่ามโซ่สีทอง สูงประมาณ ๓๐ นิ้ว ตาสีฟ้า ขนสีน้ำตาล เล็บนิ้วโป้งขาหน้าซ้ายบิ่นนิดหน่อย ไม่เคยเห่า ปลอกคอมีกระดิ่งสีฟ้าแขวนโดยรอบ มันไม่ชอบกินผัก เรากินอาหารด้วยกัน วิ่งออกกำลังกายทุกวัน..(แล้วเขาก็เริ่มร้องไห้)<br />
<strong>สารวัตร</strong> : ได้การละ พวกเราตามหาหมาให้เจอก่อนนะ!</p>
<p style="text-align: right;">แหล่งที่มา: ข่าวมูลนิธิสงเคราะห์สัตว์ ฉบับที่ 2 ปี 2553</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.awf-kanchanaburi.org/2010/09/%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b9%8a%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมืองแม่ เมืองหมา</title>
		<link>http://www.awf-kanchanaburi.org/2010/09/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.awf-kanchanaburi.org/2010/09/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 24 Sep 2010 08:12:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Piyaporn</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.awf-kanchanaburi.org/?p=313</guid>
		<description><![CDATA[วาณิช จรุงกิจอนันต์ ผมเห็นภาพข่าวในหนังสือพิมพ์ เป็นภาพของรถสิบล้อคันหนึ่งซึ่งบรรทุกหมาเจ็ดร้อยตัว รถสิบล้อหนึ่งคันบรรทุกหมาเจ็ดร้อยตัวได้อย่างไร “ยูแฮฟทูซีอิททูบีลิฟอิท” ครับ ต้องได้เห็นถึงจะเชื่อ ส่วนบรรทุกของรถนั้นทั้งหมดทุกส่วนเขาทำเป็นชั้นๆ กั้นด้วยตาข่ายไว้ทั้งหมดเจ็ดชั้น แต่ละชั้นมีความสูงพอให้หมาหมอบได้ เจ็ดชั้นก็เจ็ดร้อย ขนาดหมานั้นไม่ใช่ขนาดอัลเซเชี่ยนลา-บราดอร์หรือร็อตไวเลอร์เป็นหมาไทยพันทาง “เธาซันด์เวย์” แบบที่เห็นตามตรอกตามซอยทั่วไปในบ้านเรา และเจ็ดร้อยชีวิตนั่นไปจากบ้านเรา คือคำบรรยายภาพบอกว่า รถบรรทุกสิบล้อนั้นเป็นรถจากเวียดนาม ภาพที่ถ่ายนี้ถ่ายในลาว หมาเจ็ดร้อยตัวนั้นเชื่อว่า หรือเชื่อได้เลยว่าเป็นหมาจากเมืองไทย การขนส่งหมาอย่างที่เห็นในภาพนั้น ส่งกันอาทิตย์ละสองครั้ง เจ็ดร้อยชีวิตนั่นคงไม่ได้ส่งไปเวียดนามเพื่อการอุปถัมภ์ เลี้ยงดูเป็นเพื่อนสัตว์เลี้ยงหรือหมาเฝ้าบ้าน แต่จะไปเป็นหมาพะโล้ หรือนึ่งอบตุ๋นเป็นอาหารอะไรชนิดไหนก็ตามแต่จะมีในรายการอาหาร ขนส่งหมาอย่างนี้อาทิตย์ละสองครั้ง หนึ่งอาทิตย์ก็หนึ่งพันสี่ร้อยตัว หนึ่งเดือนก็ห้าพันหกร้อยตัว หนึ่งปีก็หกหมื่นเจ็ดพันสองร้อยตัว หมาจำนวนมหึมาขนาดนี้ไม่มีบ้านอื่นเมืองไหนมีให้ขนหรอกครับ นอกจากบ้านเราซึ่งอยู่ในฐานะที่เราเรียกได้ว่าเป็นเมืองแม่และเมืองหมา เรียกว่าเมืองหมา อย่างหนึ่งเพราะผมไม่เคยเห็นบ้านไหนเมืองไหนเขามีหมาข้างถนนมากหรือเหมือนอย่างบ้านเรา แค่ซอยบ้านผมซอยเดียวก็กว่าห้าสิบตัวแล้วครับ จับกลุ่มกันอยู่สามฝูง คือปากซอย ท้ายซอยและกลางซอย กลางซอยนี่อยู่แถวบ้านผม แค่ฝูงนี้ฝูงเดียวก็เกือบๆ ยี่สิบตัวเข้าไปแล้ว วันดีคืนดีก็มีใครจากซอยไหนก็ไม่รู้ ขนลูกหมามาปล่อยรวมฝูงอีกห้าหกตัว คงจะเห็นว่าหมาฝูงนี้ได้รับการดูแลดี เพราะนอกจากเพื่อนบ้านผมจะส่งอาหารให้แล้ว ก็ยังมีคู่ผัวเมียจากซอยไหนไม่รู้อีกเหมือนกัน ขับรถกระบะตระเวนเอาข้าวมาเลี้ยงหมาพวกนี้ มาเกือบทุกวัน สองคนผัวเมียคู่นี้  ถ้าเห็นรถขนหมาที่ผมพูดถึงคงจะเป็นลมแล้วเป็นลมอีก ไม่ก็คงจะร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่าเพราะความสงสารหมา เป็นอย่างนี้ปัญหาเรื่องหมาข้างถนนหรือหมาจรจัดในเมืองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน กทม. [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.awf-kanchanaburi.org%2F2010%2F09%2F%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2588-%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b2%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.awf-kanchanaburi.org%2F2010%2F09%2F%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2588-%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b2%2F&amp;source=helloAWF&amp;style=normal&amp;b=2" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p style="text-align: right;">วาณิช จรุงกิจอนันต์</p>
<p>ผมเห็นภาพข่าวในหนังสือพิมพ์<span style="color: #000000;"><strong> เป็นภาพของรถสิบล้อคันหนึ่งซึ่งบรรทุกหมาเจ็ดร้อยตัว รถสิบล้อหนึ่งคันบรรทุกหมาเจ็ดร้อยตัวได้อย่างไร “ยูแฮฟทูซีอิททูบีลิฟอิท” ครับ </strong></span>ต้องได้เห็นถึงจะเชื่อ ส่วนบรรทุกของรถนั้นทั้งหมดทุกส่วนเขาทำเป็นชั้นๆ กั้นด้วยตาข่ายไว้ทั้งหมดเจ็ดชั้น แต่ละชั้นมีความสูงพอให้หมาหมอบได้<span id="more-313"></span></p>
<p>เจ็ดชั้นก็เจ็ดร้อย ขนาดหมานั้นไม่ใช่ขนาดอัลเซเชี่ยนลา-บราดอร์หรือร็อตไวเลอร์เป็นหมาไทยพันทาง “เธาซันด์เวย์” แบบที่เห็นตามตรอกตามซอยทั่วไปในบ้านเรา และเจ็ดร้อยชีวิตนั่นไปจากบ้านเรา</p>
<p>คือคำบรรยายภาพบอกว่า<span style="color: #000000;"><strong> รถบรรทุกสิบล้อนั้นเป็นรถจากเวียดนาม ภาพที่ถ่ายนี้ถ่ายในลาว หมาเจ็ดร้อยตัวนั้นเชื่อว่า หรือเชื่อได้เลยว่าเป็นหมาจากเมืองไทย การขนส่งหมาอย่างที่เห็นในภาพนั้น ส่งกันอาทิตย์ละสองครั้ง </strong></span></p>
<p>เจ็ดร้อยชีวิตนั่นคงไม่ได้ส่งไปเวียดนามเพื่อการอุปถัมภ์ เลี้ยงดูเป็นเพื่อนสัตว์เลี้ยงหรือหมาเฝ้าบ้าน แต่จะไปเป็นหมาพะโล้ หรือนึ่งอบตุ๋นเป็นอาหารอะไรชนิดไหนก็ตามแต่จะมีในรายการอาหาร</p>
<p>ขนส่งหมาอย่างนี้อาทิตย์ละสองครั้ง หนึ่งอาทิตย์ก็หนึ่งพันสี่ร้อยตัว หนึ่งเดือนก็ห้าพันหกร้อยตัว หนึ่งปีก็หกหมื่นเจ็ดพันสองร้อยตัว หมาจำนวนมหึมาขนาดนี้ไม่มีบ้านอื่นเมืองไหนมีให้ขนหรอกครับ นอกจากบ้านเราซึ่งอยู่ในฐานะที่เราเรียกได้ว่าเป็นเมืองแม่และเมืองหมา เรียกว่าเมืองหมา อย่างหนึ่งเพราะผมไม่เคยเห็นบ้านไหนเมืองไหนเขามีหมาข้างถนนมากหรือเหมือนอย่างบ้านเรา</p>
<p>แค่ซอยบ้านผมซอยเดียวก็กว่าห้าสิบตัวแล้วครับ จับกลุ่มกันอยู่สามฝูง คือปากซอย ท้ายซอยและกลางซอย กลางซอยนี่อยู่แถวบ้านผม แค่ฝูงนี้ฝูงเดียวก็เกือบๆ ยี่สิบตัวเข้าไปแล้ว วันดีคืนดีก็มีใครจากซอยไหนก็ไม่รู้ ขนลูกหมามาปล่อยรวมฝูงอีกห้าหกตัว คงจะเห็นว่าหมาฝูงนี้ได้รับการดูแลดี เพราะนอกจากเพื่อนบ้านผมจะส่งอาหารให้แล้ว ก็ยังมีคู่ผัวเมียจากซอยไหนไม่รู้อีกเหมือนกัน ขับรถกระบะตระเวนเอาข้าวมาเลี้ยงหมาพวกนี้ มาเกือบทุกวัน</p>
<p>สองคนผัวเมียคู่นี้  ถ้าเห็นรถขนหมาที่ผมพูดถึงคงจะเป็นลมแล้วเป็นลมอีก ไม่ก็คงจะร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่าเพราะความสงสารหมา</p>
<p>เป็นอย่างนี้ปัญหาเรื่องหมาข้างถนนหรือหมาจรจัดในเมืองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน กทม. ก็แก้ไม่ตก นับวันมีแต่จะทวีจำนวนมากขึ้นและมากขึ้น พยายามกันหลายทางหลายวิธีแล้ว  แต่ไม่เคยมีวิธีไหนแก้ปัญหาได้เลย <span style="color: #000000;"><strong>จะแก้ได้ก็คราวนี้แหละครับ คือจับเป็นสินค้าส่งออกไปเวียดนาม</strong></span></p>
<p>ผมก็เป็นคนรักหมาอยู่นะครับ แต่ต้องบอกว่าความรักนี้อยู่พอประมาณ ตั้งแต่มีบ้านของตัวเองก็เลี้ยงหมามาโดยตลอด แต่เลี้ยงก็เลี้ยงแบบเลี้ยงเป็นหมานะครับ ไม่ได้เลี้ยงเป็นลูก เพื่อนๆ ผมจำนวนมาก นับรวมเมียผมไปด้วย เลี้ยงหมาเหมือนว่าหมาเป็นลูก</p>
<p>เพื่อนผมคนหนึ่งเรียกหมาที่เลี้ยงว่าลูกทุกคำ เป็นหมาไทยหลังอานตัวเมีย ซึ่งทั้งรูปร่างหน้าตาและนิสัยไม่น่ารักสำหรับผม แต่หมานะครับ หมาใครหมามัน คนเราฆ่ากันตายเพราะหมาฉันหมาเธอนี้มาเยอะแล้ว</p>
<p>ผมเคยมีประสบการณ์ทำนองนี้ ตอนนั้นเลี้ยงหมาไทยหลังอานอยู่ตัวหนึ่ง ชื่อว่า <span style="color: #000000;"><strong>เมฆเมฆินทร์</strong></span> เพื่อไม่ให้ฟังเป็นคนมากเกินไป ก็เรียกว่า <span style="color: #000000;"><strong>ไอ้เมฆ</strong></span>… หมาที่เลี้ยงนี่ถ้าหากว่าเป็นหมาไทย ผมตั้งชื่อเป็นภาษาไทยเต็มยศ  มี <span style="color: #000000;"><strong>เกียรติศักดิ์ พักตรพริ้ง สองขวัญ ปลอดประสบ</strong></span> อีกตัวหนึ่งชื่อ <span style="color: #000000;"><strong>เขียวสัมพันธ์</strong></span> เพราะตัวมันสีเขียว ชื่อไทยนะครับ แม้จะเหมือนชื่อผู้นำเขมรแดงคนหนึ่ง ไอ้ปลอด หรือ ปลอดประสบ นั้นได้ชื่อเพราะตัวดำปลอดทั้งตัว</p>
<p>วันหนึ่งไอ้เมฆก็ไปกัดกันกับหมาเพื่อนบ้าน หมาไทยหลังอานด้วยกัน ตัวพอฟัดพอเหวี่ยงกัน หมากัดกันนี่ปู่ย่าตายายสอนมาว่าอย่าเอาส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายเราเข้าไปยุ่ง แม้ว่าหมาที่กัดกันนั้นจะเป็นหมาเชื่องๆ ที่เราเลี้ยงมาด้วยกันก็ตาม เพราะตอนกัดกันนั้น หมามันไม่รู้ว่าใครเป็นหมา ใครเป็นคน มันกัดดะ เขาให้ใช้น้ำสาด ใช้น้ำสาดไม่ได้ผลก็ให้ใช้ไม้ท่อนยาวๆ งัดแยกมันออกจากกัน</p>
<p>ผมกับเพื่อนบ้านก็พยายามแยกหมาที่กัดกันอยู่ด้วยการใช้ไม้ ผมพยายามสอดไม้เข้าไปงัดตัวมัน เพื่อนบ้านพยายามตี ตีอย่างแรงและตีไอ้เมฆของผมอยู่ตัวเดียว ไม่ตีหมาตัวเองเลย ไอ้เมฆโดนตีเป็นสิบที ผมก็เลือดขึ้นหน้าซีครับ บอกว่าถ้าไม่หยุดตีหมาผม ผมจะตีคุณ ไม่ได้พูดจามองหน้ากันอีกเลยครับ ตั้งแต่นั้น</p>
<p>ผมเหมือนคนไทยทั่วไป คือไม่ว่าจะรักหมาหรือไม่รักหมาก็ไม่เคยคิดอยากจะกินเนื้อหมา คนไทยเราไม่เคยมองหมาว่ามันเป็นอาหารแบบเดียวกับที่มองหมู นอกจากจะไม่กินแล้วก็ยังรังเกียจคนที่กินเนื้อหมา เจอใครฆ่าหมาเป็นต้องแจ้งตำรวจ ข้อหาอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน  เพราะว่าไปหมูหมาวัวควายไก่เป็ดก็ไม่น่าจะต่างกันตรงไหน</p>
<p>สมัยผมเข้ากรุงเทพฯใหม่ๆ นั้น เคยมีข่าวใหญ่ลงหนังสือพิมพ์อยู่หลายวัน คือตำรวจไปจับโรงงานเชือดหมา เอาเนื้อหมาไปทำลูกชิ้น ทำเอาลูกชิ้นซึ่งทำจากเนื้อวัวซบเซาไปพักใหญ่ เพราะคนซื้อคนกินกลัวว่าจะเป็นลูกชิ้นเนื้อหมา ตอนนั้นยังไม่มีลูกชิ้นเนื้อหมู</p>
<p>แต่เขาว่าลูกชิ้นเนื้อหมาอร่อยกว่าลูกชิ้นเนื้อวัวนะครับ ซึ่งผมไม่ได้แปลกใจ มีใครคิดทำลูกชิ้นเนื้อหมาส่งออกไปขายประเทศเวียดนามได้ตอนนี้ ผมว่ารวยแน่ๆ ก็ให้รวยกันไปตามสะดวกเถอะครับ ผมไม่เอาด้วย</p>
<p>ถ้าจะมีใครคิดจะทำลูกชิ้นเนื้อหมาในกรุงเทพฯ นี่ วัตถุดิบมีเหลือเฟือนะครับ แค่ซอยบ้านผมบ้านเดียวก็ห้าสิบกว่าตัวแล้ว มาเอาไปได้ครับ กฎหมายคงจะไม่ได้ห้าม ผมเองก็ไม่ได้หวง แต่…ซอยบ้านผมนี่ไม่ได้มีผมคนเดียวนะครับ แต่คนอีกครึ่งซอยเขาหวง เขาเลี้ยง เขารัก เขาดูแลอยู่ มาจับให้เห็นนี่  มีคนแจ้งตำรวจแน่ แม้จะไม่รู้ว่าแจ้งด้วยข้อหาอะไรก็ตาม</p>
<p>ผมกินเนื้อสัตว์ได้ทุกประเภท แต่เลือกที่จะไม่กินอยู่บ้างบางประเภท  เนื้อหมาเป็นประเภทหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นกุ๊กไหนเหลาไหนทำแล้วบอกว่าอร่อยเหลือเกิน ผมก็จะไม่มีวันกินแล้วรู้สึกว่าอร่อย อะไรที่ตะขิดตะขวงใจที่จะกิน จะไม่มีวันเป็นของที่กินแล้วอร่อยสำหรับผม</p>
<p>ตัวเหี้ย แย้ ตะกวด จระเข้ อึ่งอ่าง อะไรพวกนี้ผมกินได้ทั้งนั้นแหละครับ แต่มันจะรู้สึกตะขิดตะขวงใจ ไม่ใช่นักกินนักชิม ไม่ใช่นักลองกิน ไม่ใช่นักแสวงหาสัตว์หายากมากิน แล้วก็ไม่ได้อดอยากปากแห้ง</p>
<p>คงจะเป็นเรื่องยากหรือเป็นไปไม่ได้เลยก็ว่าได้  ที่จะให้คนไทยทั่วไปกินเนื้อหมา โดยเฉพาะกินได้อย่างอร่อยมากๆ แบบคนเวียดนาม  หรืออย่างน้อยกินได้แบบไม่ตะขิดตะขวงใจ สำหรับคนไทยบางคนนั้นให้กินเนื้อหมาก็คงเหมือนถูกบังคับให้กินเนื้อคน และบางคนอาจจะรู้สึกเหมือนถูกบังคับให้กินเนื้อลูกตัวเอง</p>
<p>อย่างที่บอก เพื่อนผมคนหนึ่งเรียกหมาที่เลี้ยงว่าลูกทุกคำ ผมไม่มีวันคิดว่าหมาตัวไหนเป็นลูกผมหรอกครับ  แต่บางทีเหมือนกันที่เห็นมันแล้ว มีความรู้สึกเหมือนว่ามันเป็นลูกเพื่อน</p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>สำหรับคนไทยจำนวนมากนั้นหมาไม่ได้เป็นแค่หมา หรือเป็นแค่สัตว์เลี้ยงชนิดหนึ่ง มีความหมายมากกว่านั้นมาก อาจจะเป็นเหมือนเพื่อน เหมือนลูกหลาน เหมือนข้าเก่าเต่าเลี้ยงผู้ซื่อสัตย์และจงรักภักดี </strong></span>ทั้งหมดนี้โดยนัยยะและความรู้สึกเหมือนว่าหมานั้นเป็นคน ไม่มีสัตว์เลี้ยงชนิดที่ทำให้คนรู้สึกได้ว่าเป็นคนเหมือนตนเท่ากับหมาหรอกครับ หมาที่ฉลาดและแสนรู้นั้นพูดกันรู้เรื่องแบบที่ยากจะนึกถึงว่าเป็นไปได้</p>
<p>เรื่องนี้หมาฝรั่งนั้นเป็นเลิศ แม้แต่หมาฝรั่งที่บ้านผมเองซึ่งเลี้ยงอยู่ตอนนี้ สั่งนั่งสั่งนอนสั่งเข้าบ้านเข้ากรงได้หมด นี่ขนาดไม่ได้จบมหาวิทยาลัย ไม่เคยเข้าโรงเรียนนะครับ <span style="color: #000000;"><strong>พูดกันรู้เรื่องขนาดนี้แล้วจะกินกันลงได้อย่างไร </strong></span></p>
<p>สำหรับหมาข้างถนนหรือหมาจรจัดในบ้านเรา อย่างหมาในซอยบ้านผม มันก็ฉลาดและรู้ตามที่ควรจะรู้นะครับ เด็กทำงานบ้านของบ้านผมนั้นปรุงอาหารให้มันกินอยู่เป็นครั้งคราว เวลาเดินผ่านบ้านมันก็มาเมียงๆ มอง ๆ หา ประตูใหญ่หน้าบ้านเปิด หลายตัวก็มารอๆ อยากเข้ามาในบ้านแต่ก็ไม่กล้าเข้ามาเต็มตัว รีๆรอๆ เหมือนจะรอให้เรียกเชิญ</p>
<p>สำหรับหมาข้างถนนในเมืองไทยนั้น ส่วนหนึ่งนับว่าเป็นพาหนะเลยนะครับ<span style="color: #000000;"><strong> เป็นพาหนะที่จะนำคนไปสู่ความสุข</strong></span> เหมือนอย่างสองคนผัวเมียที่ขับรถนำข้าวนำอาหารมาเลี้ยงหมาในซอยบ้านผมนั่น จะมากันจากซอยไหนไม่รู้ รู้แน่ๆ ว่าทั้งสองคนมีความสุขที่ได้นำข้าวมาเลี้ยงหมา ลงทุนนิดหน่อย แต่ผมว่าคุ้มนะครับกับความสุขที่รู้สึกว่าตัวเองได้รับ นี่ยังไม่นับความรู้สึกที่ได้ทำบุญ และเผลอๆ ตายไปแล้วจะได้ไปสวรรค์</p>
<p style="text-align: right;">แหล่งที่มา: ข่าวมูลนิธิสงเคราะห์สัตว์ ฉบับที่ 2 ปี 2553</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.awf-kanchanaburi.org/2010/09/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วันเกิด วันปีใหม่ วาเลนไทน์ อย่าให้ของขวัญที่ผู้รับไม่อยากได้</title>
		<link>http://www.awf-kanchanaburi.org/2010/09/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://www.awf-kanchanaburi.org/2010/09/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 24 Sep 2010 07:34:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Piyaporn</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.awf-kanchanaburi.org/?p=307</guid>
		<description><![CDATA[โลกเปลี่ยนแปลงไปเยอะ ยุคสมัยก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย โลกหมุนเวียนเปลี่ยนไปวันแล้ววันเล่า วาระต่างๆ จากปีใหม่ล่วงมาตรุษจีน ถ้ายึดติดธรรมเนียมฝรั่งก็ต้องพ่วงวาเลนไทน์ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ เข้าไปด้วย จากนั้นก็ตามด้วยวันสงกรานต์ ปีใหม่ไทย จนเวียนมาบรรจบครบถึงวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันอีกรอบ นอกจากวันพิเศษที่ยึดถือกันมาเป็นประเพณีดังกล่าวแล้ว ยังมีวันอันเนื่องมาจากประเพณีทางสังคม ต้องหาของขวัญ ต้องหาเงินช่วย เพื่อชำระค่า “ภาษีสังคม” วันเหล่านี้ได้แก่ วันเกิด วันแต่งงาน งานบวช งานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ งานหมั้น งานฉลองตำแหน่ง งานเลี้ยงส่ง อำลาอาลัย ฉลองสอบติด ฉลองปริญญา งานฉลองประจำปี ฯลฯ  ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็หนีไม่พ้นจะต้องมีงานฉลองและจับรางวัล แลกของขวัญกัน ซึ่งเป็นความสนุกสนาน ช่วยกระชับความสัมพันธ์นานปีมีหน หรือถ้าไม่มีการจับรางวัลก็ต้องหาของขวัญเพื่อนำมามอบให้กันและกันตามธรรมเนียม เพื่อเป็นการแสดงออกถึงนำ้ใจไมตรี “ของขวัญ แบบไหนที่ผู้รับไม่อยากได้” แต่ผู้ให้ก็ทำเป็นไม่รู้&#8230;เช่น สัตว์เลี้ยง ใครนิยมให้สัตว์เลี้ยงเป็นของขวัญแก่ผู้อื่นนี่ต้องขอร้องเลยเพราะเท่ากับว่าไปเพิ่มภาระให้ผู้รับต้องมานั่งกระเตงเลี้ยงดูมันอีก  ส่วนใหญ่จะให้พวกลูกสัตว์ตัวเล็กๆ เสียด้วย  ทำให้ผู้รับต้องมานั่งประคบประหงมทนทุกข์ทรมานเลี้ยงดูมันด้วยความสงสาร  มันก็ทรมานด้วยเพราะต้องพรากจากอกแม่ ต้องมาถูกขัง คนรับ เลี้ยงเป็นมั่งไม่เป็นมั่ง บางทีมาเจ็บป่วยตายไปก็เยอะ บาปค่ะ ลูกเพื่อนดิฉันได้ของขวัญเป็น“ลูกกระต่าย” มาคู่หนึ่ง โอ้โฮ!  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.awf-kanchanaburi.org%2F2010%2F09%2F%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%258d%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2581%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%2589%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.awf-kanchanaburi.org%2F2010%2F09%2F%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%258d%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2581%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%2589%2F&amp;source=helloAWF&amp;style=normal&amp;b=2" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p>โลกเปลี่ยนแปลงไปเยอะ ยุคสมัยก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย โลกหมุนเวียนเปลี่ยนไปวันแล้ววันเล่า วาระต่างๆ จากปีใหม่ล่วงมาตรุษจีน ถ้ายึดติดธรรมเนียมฝรั่งก็ต้องพ่วงวาเลนไทน์ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ เข้าไปด้วย จากนั้นก็ตามด้วยวันสงกรานต์ ปีใหม่ไทย จนเวียนมาบรรจบครบถึงวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันอีกรอบ<span id="more-307"></span></p>
<p>นอกจากวันพิเศษที่ยึดถือกันมาเป็นประเพณีดังกล่าวแล้ว ยังมีวันอันเนื่องมาจากประเพณีทางสังคม ต้องหาของขวัญ ต้องหาเงินช่วย เพื่อชำระค่า <span style="color: #000000;"><strong>“ภาษีสังคม” </strong></span>วันเหล่านี้ได้แก่ วันเกิด วันแต่งงาน งานบวช งานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ งานหมั้น งานฉลองตำแหน่ง งานเลี้ยงส่ง อำลาอาลัย ฉลองสอบติด ฉลองปริญญา งานฉลองประจำปี ฯลฯ  ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็หนีไม่พ้นจะต้องมีงานฉลองและจับรางวัล แลกของขวัญกัน ซึ่งเป็นความสนุกสนาน ช่วยกระชับความสัมพันธ์นานปีมีหน หรือถ้าไม่มีการจับรางวัลก็ต้องหาของขวัญเพื่อนำมามอบให้กันและกันตามธรรมเนียม เพื่อเป็นการแสดงออกถึงนำ้ใจไมตรี <span style="color: #000000;"><strong>“ของขวัญ แบบไหนที่ผู้รับไม่อยากได้” </strong></span><strong><span style="color: #000000;">แต่ผู้ให้ก็ทำเป็นไม่รู้&#8230;เช่น สัตว์เลี้ยง ใครนิยมให้สัตว์เลี้ยงเป็นของขวัญแก่ผู้อื่นนี่ต้องขอร้องเลยเพราะเท่ากับว่าไปเพิ่มภาระ</span></strong>ให้ผู้รับต้องมานั่งกระเตงเลี้ยงดูมันอีก  ส่วนใหญ่จะให้พวกลูกสัตว์ตัวเล็กๆ เสียด้วย  ทำให้ผู้รับต้องมานั่งประคบประหงมทนทุกข์ทรมานเลี้ยงดูมันด้วยความสงสาร  มันก็ทรมานด้วยเพราะต้องพรากจากอกแม่ ต้องมาถูกขัง คนรับ เลี้ยงเป็นมั่งไม่เป็นมั่ง บางทีมาเจ็บป่วยตายไปก็เยอะ บาปค่ะ</p>
<p>ลูกเพื่อนดิฉันได้ของขวัญเป็น<span style="color: #000000;"><strong>“ลูกกระต่าย”</strong></span> มาคู่หนึ่ง โอ้โฮ!  มันกินเก่งน่าดู เคี้ยวจั้บๆ ทั้งวัน แถมทั้งอึ ทั้งฉี่ เหม็นหึ่ง เอามาเลี้ยงไม่นานเด็กก็เริ่มเบื่อ เหลือแต่พ่อแม่ต้องมานั่งผลัดเวรกันให้อาหารมันต่อเหม็นเท่าไหร่ก็ต้องจำทน สุดท้ายทะเลาะกับเพื่อนข้างห้องที่ในคอนโดฯ เขามายืนด่าฉอดๆ ก็เรื่องเหม็นอึ เหม็นฉี่เจ้ากระต่ายนี่แหละค่ะ ในที่สุดต้องขนกระต่ายเจ้าปัญหาไปปล่อยป่า  หมดเวรหมดกรรมกันเสียที</p>
<p>อีกเจ้าหนึ่งมีคนให้<span style="color: #000000;"><strong> “ลูกหมา” </strong></span> มาเป็นของขวัญ ตอนได้มาใหม่ๆ นี่น่ารักมาก เป็นพันธุ์เซนเบอร์นาร์ดด้วย เลี้ยงไปเลี้ยงมา มันก็โตเอา ๆ พรวดๆ เลย แถมกลิ่นยังเหม็นสาบรุนแรง ต้องขยันอาบนำ้ให้บ่อยๆ ไม่งั้นทั้งเห็บ ทั้งหมัด ขี้เรื้อน กินสารพัด เพื่อนดิฉันก็ไม่ค่อยมีเวลา แถมพออาบน้ำให้มันแต่ละที มันดิ้นสะบัดซะนำ้กระจายเต็มหน้าคนอาบ เข้าตาเข้าจมูกเหม็นเลอะเทอะ เละเทะไปหมด จนเพื่อนดิฉันอยากกลับไปฆ่าไอ้เจ้าคนให้ของขวัญนี้เลยทีเดียวแหละ<br />
ผลสุดท้ายก็ต้องทนให้มันเป็นขี้เรื้อนงอมแงม ในที่สุดก็ค่อยๆ ย่องจับมันใส่รถบรรทุกแล้วเอาไปปล่อยที่วัด เพราะหมดปัญญารักษา ถึงแม้จะสงสารมันแต่คุณเธอก็สงสารตัวเองมากกว่า</p>
<p style="text-align: right;">จากหนังสือ คู่สร้าง-คู่สม</p>
<p style="text-align: right;">แหล่งที่มา: ข่าวมูลนิธิสงเคราะห์สัตว์ ฉบับที่ 2 ปี 2553</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.awf-kanchanaburi.org/2010/09/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

