คนรักหมา
บัญชร ชวาลศิลป์
จดหมายจากคนรักหมา
เรื่องนี้คัดมาจากภาพยนตร์ชุด แดนสนธยา เรื่องมีอยู่ว่า มีชายชราคนหนึ่งเป็นพรานป่าล่าสัตว์ มีอาชีพ และเลี้ยงชีพด้วยการล่าตัวแรคคูนและสัตว์ป่าอื่นๆ เป็นอาหารตามแต่จะหาได้
พรานคนนี้มีหมาคู่ใจเป็นผู้ช่วยในการล่าสัตว์แบบพรานฝรั่งทั่วๆ ไป เย็นวันหนึ่ง แกก็สะพายปืนออกป่าล่าสัตว์กะว่าจะหาอะไรมาให้ภรรยาทอดเป็นเมื้อเย็น แกก็เดินลึกเข้าไปในป่า ส่องสัตว์ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมีตัวอะไรที่แกมองไม่ชัดกระโดดหนีลงน้ำไป แกก็กระโดดตาม หมายจะดูว่ามันถูกยิงหรือไม่
ปรากฎว่าบึงมันลึก แกว่ายน้ำไม่เป็น ก็ร้องเรียกหมาผู้ช่วยกระโดดลงไปช่วย (ตัวโตขนาดร็อตไวเลอร์) ปรากฎว่าแกสลบไปจนกระทั่งรุ่งเช้า พอตื่นมาแกก็เห็นหมากับแกนอนคู่กันอยู่ และมีภรรยานั่งร้องไห้คร่ำครวญอยู่ข้างๆ แกก็นึกรู้โดยธรรมชาติว่า แกและหมาคู่ใจตายแล้ว
แกก็เลยเดินเรื่อยเปื่อยไปเรื่อยๆ พร้อมกับหมา จนกระทั่งมาถึงคอกแห่งหนึ่ง ที่มีลักษณะเหมือนคอกม้าและมียามเฝ้าประตูอยู่ แกก็ถามยามเฝ้าประตูว่าที่นี่ที่ไหน ยามก็ตอบว่าสวรรค์ แกก็พยายามจะจูงหมาแกเข้า
หมาแกก็ไม่ยอมเข้า มีอาการเห่าและขู่สิ่งที่อยู่ภายในคอก
ยามก็ร้องห้ามว่า นี่คุณ...สวรรค์นะ หมาเป็นสัตว์เดรัจฉานเข้าไปไม่ได้หรอก
ถ้าเป็นคนไทยก็คงทิ้งหมาแล้ว แต่ฝรั่งเขาเห็นหมาเป็นเพื่อน แกก็เลยร้องบอกยามว่า ไม่เข้าก็ได้ ( วะ )
แกก็เลยพาหมาคู่ใจตรากตรำลำบากเดินผ่านป่ารกไปเรื่อยๆ สักพักก็เริ่มมีหมอกควันและมีชายมีปีก ลักษณะคล้ายทูต
ทูตสวรรค์ก็ตอบว่าใช่
แกก็ถามว่า ที่สวรรค์นี่พาหมาเข้าได้ไหม ?
ทูตสวรรค์ก็ตอบว่า สวรรค์เป็นสถานที่สำหรับทุกคนที่ทำความดี ถ้าหมาแกทำความดีก็ต้องเข้าได้อยู่แล้ว แกก็เลยถามว่า แล้วทำไม ไอ้ยามคอกม้ามันไม่ให้ผมกับหมาเข้า
ทูตสวรรค์ก็ตอบว่า ไอ้นั่นนะไม่ใช่สวรรค์หรอก แต่มันเป็นนรก....ยามมันหลอกคนเรื่อยไปล่ะ แต่ยามหรอกหมาไม่ได้ เพราะหมามันได้กลิ่นนรก มันก็เลยไม่ยอมเข้า
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าทอดทิ้งเพื่อนในยามยาก เพราะผมไม่เคยเห็นหมาทิ้งเจ้าของสักที มีแต่คนเอาหมาไปปล่อย
จากคอลัมภ์ คนรักหมา
น.ส.พ.คม ชัด ลึก วันที่ 11 เมษายน 2547
|