ทำบุญกับหมา ทำให้ใจไม่เป็นทุกข์
สะสมบุญไว้ภายหน้า เราไม่รู้ว่าวันนี้หรือวันพรุ่งนี้เราจะอยู่หรือเปล่า อะไรที่เราทำบุญได้ก็อยากให้ทุกคนได้ทำ
เปียทิพย์ คุ้มวงศ์ อดีตดาวยั่วที่โด่งดังจากภาพยนตร์หลายเรื่องจนได้รับรางวัลมากมาย
ปัจจุบันเปียทิพย์ไม่ได้มีงานแสดงชุกเหมือนในอดีต ทำให้มีเวลาทำบุญสร้างกุศลให้กับตัวเองมากขึ้น ด้วยการทำอาหารเลี้ยงสุนัขที่มีคนนำมาทิ้งไว้หน้าบ้านประมาณ 8 ตัว แล้วยังนำอาหารออกไปให้สุนัขจรจัดที่เฝ้ารออาหารอยู่ในละแวกใกล้บ้าน ทำแบบนี้มาเป็นเวลากว่า 10 ปี ค่าอาหารที่ทำก็ตกเดือนละหมื่นบาท
เปียทิพย์ เล่าว่า สมัยก่อนไม่รู้เป็นอย่างไร คนถึงได้ชอบนำสุนัขที่ป่วยหรือพิการมาปล่อยไว้หน้าบ้าน บางคนก็นำมาทิ้งไว้ในถังขยะหน้าบ้าน ภาพที่เราเห็นก็ทนไม่ได้ จึงนำมาเลี้ยงดูแลจนแข็งแรง เกิดความผูกพัน จะเอาไปปล่อยก็ทำใจไม่ได้ จึงเลี้ยงเอาไว้ในบ้านประมาณ 8 ตัว แล้วสุนัขเหล่านี้แสนรู้ ขนาดไม่สบายเหมือนเขารู้ จะเข้ามาตะกุยตะกาย บางตัวเห็นเราเดินออกจากบ้านก็มานั่งรอนั่งมองเราอยู่ตลอดเวลา
หากวันไหนไปกองถ่ายจะขอเศษอาหารมาฝากสุนัขเหล่านี้เป็นประจำ ทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้บ้าง ส่วนชีวิตประจำวัน ถ้าไม่ต้องไปกองถ่ายช่วงเช้า ก็จะตื่นประมาณตี 3 หรือตี 4 เพื่อทำอาหารให้สุนัขทั้งหลาย พอทำเสร็จก็จะเดินออกไปให้สุนัขจรจัดที่อยู่ในซอยบ้านและซอยใกล้เคียง ทำแบบนี้มานานนับสิบปีแล้ว ดังนั้นจึงคิดว่าทำแบบนี้เป็นเหมือนการให้ทานอย่างหนึ่งที่เราเน้นให้ทานกับคนขอทาน ตรงนี้เชื่อว่าคนเราสามารถทำมาหากินช่วยตัวเองได้
แม้เขาบอกว่าทำบุญแล้วอย่าหวังสิ่งใดตอบแทน แต่ในใจกลับหวังอยู่อย่างเดียวว่า บุญนี้ที่ทำจะได้ไม่อดไม่อยาก ทำแล้วเป็นความสุขทางใจอย่างหนึ่ง เนื่องจากเห็นสุนัขบางตัวเดินคุ้ยเขี่ยอาหารตามทาง คุ้ยเท่าไรก็ไม่พบอาหาร มองแล้วมีความรู้สึกสงสารสุนัขตัวนั้นมาก ทุกวันนี้สุนัขต่างๆ จะนั่งรอเราว่าวันนี้จะนำอาหารมาให้ไหม เปียทิพย์กล่าว
ทุกวันนี้นักแสดงอาวุโสใช้ชีวิตอย่างสมถะเรียบง่าย ไม่ยึดติดกับวัตถุสิ่งของ ยิ่งพูดคุยกับคนทรงเจ้าท่านหนึ่งสอนว่า ชีวิตเราอย่าไปยึดติด แม้เดินทางไปต่างประเทศ ท่านก็บอกว่าเราอย่าไปคิดว่าสุนัขเหล่านี้จะอยู่กินอย่างไร หากเราคิดแบบนี้จะเกิดความทุกข์ ทุกวันนี้จึงไม่ยึดติดอะไรทั้งสิ้น เสื้อผ้าที่ใช้ก็ตามความพอดี ดำรงชีวิตอยู่ด้วยความพอดี ไม่ฟุ่มเฟือย ตราบใดเมื่อเราตายไปจะต้องให้ใจบริสุทธิ์ แต่ถ้าเรายังยึดติด พอเราตายไปจิตใจเราก็เป็นทุกข์ ใจก็ไม่เป็นความสุข
เรื่องราวของหลายคนที่ได้อ่าน ตายแล้วไปไน บางคนก็เล่าไว้ในหนังสือว่า คนเราตายจะไปสวรรค์หรือนรกอยู่ที่เราทำบุญ ตรงนี้พอได้อ่านแล้วเชื่อว่า ภพหน้าชาติหน้าต้องมีจริง เมื่อคิดได้แบบนี้ก็ทำให้เราอยากที่จะทำบุญ สะสมบุญไว้ในดภายหน้า เราไม่รู้ว่าวันนี้ หรือวันพรุ่งนี้เราจะอยู่หรือเปล่า อะไรที่เราทำบุญได้ก็อยากให้ทุกคนได้ทำ เชื่อว่าชาติหน้ามีจริง
อย่างไรก็ตาม พระเครื่องจากสมัยก่อนที่เคยแขวนติดตัวเป็นประจำก็จะมีพระนางพญาแขวนอยู่บ่อยครั้ง จนไม่รู้ว่าลืมเอาไว้ตรงไหน ทำให้วันนี้ไม่แขวนพระเนื่องจากเชื่อว่าพระอยู่ในใจ เดินทางไปไหนก็จะขอพรให้องค์ท่านคุ้มครองในระหว่างที่เราเดินทางยิ่งขับรถไปกองถ่ายหรือไปไหนก็ตาม ถ้าผ่านสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็จะยกมือไหว้แบบไม่อาย เชื่อไหมว่าตั้งแต่ขับรถยนต์มาไม่เคยประสบอุบัติเหตุเลย หรือถ้ามีรถเสียบ้างก็จะเสียอยู่แถวบ้านเท่านั้น
ชีวิตมีวันนี้ได้นับว่าโชคดีที่เป็นที่รู้จักของคนไทย เราเองคิดว่าหลายคนยังไม่ลืมสิ่งที่เราอยู่ในโลกมายา ก็เพราะว่าเราไม่ได้เป็นคนหยิ่ง ชีวิตก่อนเข้าวงการเป็นอย่างไร วันนี้ชีวิตก็ยังเหมือนเดิม แม้โลกมายาจะไม่ยั่งยืน แต่เราต่างหากที่จะต้องรู้ประมาณตัวเอง เข้าใจในหลักกฏแห่งกรรม เพียงเท่านี้ชีวิตเราก็จะมีความสุข เปียทิพย์กล่าวทิ้งท้าย
คัดจาก....นสพ.คมชัดลึก 14 มิ.ย.2549
|