บทความ

ภาวนากับหมาเน่า

โดย ว.วชิรเมธี

หลวงพ่อชาเคยเทศน์ไว้นานมาแล้วว่า
ที่ที่มีความสกปรกนั่นแหละที่เราจะค้นพบความสะอาด
ที่ที่มีความทุกข์นั่นแหละ ที่เราจะค้นพบความสุข
ที่ที่มีกิเลสรวมตัวกันอยู่ คือ จิตของปุถุชนเรานั่นแหละ
ที่เราจะค้นพบพระนิพพาน กล่าวโดยสรุปก็คือ
ในดี มีเสีย ในเสีย มีดี
นี่คือวิธีมองโลกแบบ Positive Thinking โดยแท้

บางคนบอกว่า การมองโลกเชิงบวกเป็นความลำเอียง เพราะเป็นการเลือกมองเฉพาะมุมที่เราต้องการ ทำให้เกิดการมองข้ามความจริงบางสิ่งบางอย่างไป แต่ผู้เขียนกลับเห็นว่าการมองโลกเชิงบวกนี่แหละคือวิธีการมีปฏิสัมพันธ์กับโลกที่ยืนอยู่บนพื้นฐานแห่งความเป็นจริงอย่างหนึ่ง คือวิธีการที่จะเอาประโยชน์จากทุกสิ่งที่เราเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างแยบคายที่สุด

การมองโลกในเชิงบวกกล่าวอย่างถึงที่สุดแล้วก็คือ ส่วนหนึ่งของการมองโลกตามความเป็นจริงนั่นเอง เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่าง หากเพ่งมองอย่างพิเคราะห์เราจะพบว่ามีความจริงทั้งสองด้านรวมอยู่ในตัวของมันเองเสมอ ต่างแต่ว่าเราจะเลือกหยิบด้านใดขึ้นมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเท่านั้น ที่หลวงพ่อกล่าวว่า ในดี มีเสีย และ ในเสีย มีดี จึงถูกต้องแล้วด้วยประการทั้งปวง พระมหาวีรพล วิโรจโน พระวิปัสสนาจารย์แห่งสำนักมหาจุฬาอาศรม ตำบลดงพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เคยเล่าประสบการณ์ในช่วงจาริกปลีกวิเวกไปตามป่าเขาลำเนาไพรให้ฟัง เมื่อครั้งผู้เขียนไปฝึกจิตภาวนากับท่านว่า

ครั้งหนึ่งไปภาวนาบนเขาคนเดียว ตอนกลางวันใช้เวลาสำรวจตรวจตราภูมิสถานที่จำวัดภาวนาไว้เรียบร้อยแล้ว ก็เตรียมตัวชำระร่างกาย ตั้งใจไว้ว่าจะกำหนดภาวนาแต่หัวค่ำ ขณะสำรวจตรวจตราอาณาบริเวณรอบกุฏิกรรมฐานได้ค้นพบว่ากุฏิน้อยบนเขานี้ตั้งอยู่บนสถานที่วิเวกนัก หากไม่มุ่งมั่นปฏิบัติธรรมจริงๆ แล้ว ยากที่จะมีผู้คนขึ้นมาปฏิบัติภาวนาอยู่คนเดียวได้ เพราะบรรยามกาศวังเวงน่าสะพรึงกลัวแม้แต่ในตอนกลางวัน

ท่านเล่าสืบไปว่า เมื่อตอนกลางวันมีสุนัขตัวหนึ่งวิ่งตามท่านมาจากเชิงเขา ไล่อย่างไรก็ไม่ยอมกลับมีข้อควรสังเกตก็คือ เจ้าสุนัขตัวนี้มีกลิ่นเหม็นคล้ายซากศพเน่าติดตัวอยู่ตลอด ไม่รู้ว่ามันไปเกลือกกลิ้งเอากลิ่นนี้มาจากไหน ยามมันวิ่งมาใกล้ ท่านต้องยกมือขึ้นปิดจมูก คิดอยู่ว่า หากมีสุนัขเน่าเหม็นเช่นนี้อยู่ใกล้ๆ คืนนี้คงภาวนาอย่างไม่เป็นสุข ท่านเพียรไล่อีกหลายครั้ง หนีไปได้สักพัก เจ้าสุนัขต้นตอแห่งความเน่าเหม็นก็จะวกกลับมาอีก ในที่สุดท่านก็ยอมเป็นฝ่ายปล่อยวาง อยากมาก็มา อยากอยู่ก็อยู่ตามสบายก็แล้วกัน พลบค่ำท่านก็ขึ้นกุฏิ เข้าที่กำหนดจิตภาวนาพองหนอ ยุบหนอ

ภาวนาของท่านเงียบๆ อยู่คนเดียว กำหนด ลมหายใจเข้าออกด้วยความรู้ตัวทั่วพร้อมอยู่ทุกขณะจิต ช่วงนี้เองเจ้าสุนัขเพื่อนใหม่ที่พบกันเมื่อตอนกลางวัน และอาสาติดตามจนถึงกลางป่าลึกก็ส่งกลิ่นอันไม่พึงปรารถนาลอยมาปะทะจมูกเป็นระยะๆ ชวนสะอิดสะเอียน แต่ก็จำต้องทำใจยอมรับโดยดุษณี พอตกดึงสงัด จิตรวมลงเป็นสมาธิได้ สักพักหนึ่งเกิดความสงบเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในอีกมิติหนึ่งก็มีปรากฎการณ์แปลกๆ เกิดขึ้น ท่านได้ยินเสียงไม้ไร่ไพรพงเหมือนจะหักโค่นลงมาเป็นแถบๆ เสียงดังเพียะพะใกล้เข้ามาทางกุฏิที่ท่านภาวนาอยู่ พายุใหญ่ไม่รู้มาจากไหนพัดอื้ออึงคล้ายจะถอนทิ้ง เอาพฤกษาลดาชาติขึ้นทั้งรากทั้งโคนเสียงคนเสียงสัตว์ เหมือนจะกรูกันเข้ามาจากทุกสารทิศ แห่แหนห้อมล้อมมุ่งมาทางกุฏิน้อยของท่าน แม้จะเป็นพระกรรมฐานแต่ตบะเดชะใช่จะกล้าแกร่งจนสามารถวางอุเบกขาอยู่ได้อย่างสงบ ท่านบอกว่า นาทีนั้นความกลัวไม่รู้มาจากไหน แล่นจากหัวจรดเท้าจนเสียวสันหลังเย็นวาบไปทั่วสรรพางค์กาย กำหนดภาวนาอย่างไรก็ห้ามไม่อยู่ ยิ่งกำหนดยิ่งกลัว เลยแทบไม่เป็นอันกำหนดอะไร นิ่งอยู่ข้างในกุฏิอย่างนั้นนานนับยกัปกัลป์

ช่วงนาทีวิกฤติที่กำลังขับเคี่ยวกับความกลัวนี้เอง กลิ่นตุๆ แสนสะอิดสะเอียนจากหมาเน่าใต้ถุนกุฏิก็ลอยมาปะทะจมูกท่านอย่างจัง เพียงสัมผัสกลิ่นหมาเน่าที่คุ้นเคย ฉับพลันท่านรู้สึกเหมือนไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไป จริงสินะใต้ถุนกุฏิยังมีหมาอีกตัวคอยเป็นเพื่อนอยู่ จึงน้อมจิตมาสอนตัวเอง เอาละ ถ้าผีมา ถึงอย่างไรหมาก็ต้องเห็นก่อนและต้องเห่าก่อนด้วย ใช้จิตสอนจิตอย่างนี้ ความกลัวจึงค่อยบรรเทากลิ่นหมาเน่าลอยมากระทบฌานประสาทเป็นระยะๆ แต่คราวนี้ท่านไม่รู้สึกสะอิดสะเอียน และไม่คิดจะลงไปไล่เจ้าหมาเน่านั้นอีกแล้ว หากบอกตัวเองว่า เจ้าเพื่อนยากเอ๋ย เจ้าติดตามข้ามาก็เพื่อการนี้แท้ๆ

รุ่งสาง พอย่างเท้าลงมาจากกุฏิได้ ท่านก็มองไปที่ต้นตนของความเน่าเหม็น คราวนี้สายตาทอดมองนั้นเปี่ยมไปด้วยไมตรีจิต เจ้าสุนัขจรจัดสบตากับท่านเหมือนจะถามอยู่ในทีว่ามีอะไรเกิดขึ้นหรือกลิ่นเน่าๆ ยังคงโชยมาปะทะจมูกเป็นระยะๆ แต่นาทีนี้พระกรรมฐานอย่างท่านกลับบอกตัวเองว่า ถ้าไม่ได้กลิ่นเน่าๆ ของเจ้าคอยวนเวียนเป็นเพื่อนอยู่ใกล้ๆ ในคืนนี้มีหรือเราจะรอดมาได้ถึงรุ่งเช้าวันนี้ ขอบใจนะ ขอบใจอย่างมาก ขอบใจอย่างยิ่ง ขอบใจอย่างที่สุด เจ้าหมาน้อยที่ไม่ทิ้งกัน ผู้เขียนฟังเรื่องเล่าจากท่านก็ได้แต่คิดถึงคำของหลวงพ่อชา ในดี มีเสีย ในเสีย มีดี

 
 
 

มูลนิธิสงเคราะห์สัตว์
Animal Welfare Foundation
117 หมู่ 7 ต.หนองบัว อ.เมือง จ.กาญจบุรี 71190
โทร. 081-9143444 โทรสาร. 034-532112

117 Moo.7 T.Nongbua A.Muang Kanchanaburi 71190
Tel.081-9143444 Fax. 034-532112