สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรี
โดย พ.อ.หญิง ม.ล.ลดาวัลย์ สุกอง
สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรี
เป็นเสมือนที่พักพิงแหล่งสุดท่ายของสัตว์ 2 ประเภท ประเภทหนึ่งซึ่งมีจำนวนมากกว่า 90% คือสัตว์จรจัด พิการ อดอยาก ถูกทำร้าย หรือพลัดหลงจากเจ้าของ อีกประเภทหนึ่งคือเจ้าของนำมามอบไว้ เพราะย้ายที่อยู่ไปอยู่ในที่ซึ่งไม่สามารถนำสัตว์เหล่านี้ไปด้วยได้ เช่น ไปอยู่ที่ซึ่งจำกัดห้ามเลี้ยงสัตว์ หรือไปอยู่ต่างประเทศ ประเภทแรกเมื่อเข้ามาอยู่ในสวนสัตว์เลี้ยงแห่งนี้จขะมีสภาพน่าสงสาร ร่างกายทรุดโทรม หวาดหลัวและระแวง แต่เมื่อได้เข้ามาอยู่ที่นี่ได้ระยะหนึ่งจะปรับตัวได้และมีสภาพดีขึ่นทั้งร่างกายและจิตใจ ส่วนสัตว์ประเภทมีเจ้าของส่วนใหญ่ จะคิดถึงเจ้าของ ตรอมใจ ไม่ยอมกิน ไม่ยอมนอน จนอาจป่วยและตายได้ และเมื่อเจ้าของมาเยี่ยมก็จะดีใจมาก อาการดีขึ้น เมื่อเจ้าของกลับไปก็รอคอยว่าเมื่อไรเจ้าของจะมาเยี่ยมอีก สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรี
เป็นเครื่องหมายที่แสดงถึงความปรานีที่มนุษย์มีต่อสัตว์ แสดงออกถึงมนุษยธรรม คุณธรรมและเมตตาธรรม สมดังคำว่า เมตตาธรรมค้ำจุนโลก ใครก็ตามที่มีจิตใจอ่อนโยน เมตตา รักสัตว์แม้เพียงสักเล็กน้อย เมื่อเข้ามาในสถานที่นี้ก็จะประทับใจและเข้าใจจุดประสงค์ที่มีการก่อตั้งสวนสัตว์เลี้ยงนี้ขึ้นมา
เนื่องจากสมาชิกของสวนสัตว์เลี้ยงมีจำนวน มากกว่า 2,000 ชีวิต ดังนั้นสวนสัตว์เลี้ยงจึงมีภาระในการจัดการให้สัตว์ต่างๆ ได้อยู่อย่างมีความสุขตามอัตภาพ ในขณะเดียวกันสวนสัตว์เลี้ยงก็มีกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมด้วย ตัวอย่างเช่น การสนับสนุนและแนะนำให้คำปรึกษาในการเลี้ยงดูสัตว์อย่างถูกต้องเพื่อไม่ให้เป็นภาระสังคม ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคพิษสุนัขบ้า ตลอดจนป้องกันการทารุณสัตว์
คุณพิมลอร อังสโวทัย ผู้จัดการสวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรี ได้เล่าให้ฟังว่า ค่าใช้จ่ายทั้งค่าอาหาร ค่ายารักษาโรค และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็นคิดเป็นเงินประมาณเดือนละกว่า 3 แสนบาท ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้มาจากการบริจาคของผู้มีจิตศรัทธา ทั้งในรูปเงิน อาหาร ข้าวสาร ยารักษาโรค และสิ่งจำเป็นอื่นๆ และเมื่อสถานสงเคราะห์สัตว์ทุ่งสีกันย้ายมาอยู่ที่กาญจนบุรี ข้าวสาร อาหาร เงิน และสิ่งของที่ได้รับอยู่เสมอก็ได้รับน้อยลงมากๆ เนื่องจากระยะทางไกล ไม่สะดวกแก่ผู้บริจาค
 |
แต่สำหรับความคิดของผู้เขียนนั้น จากการที่ตัวผู้เขียนเองเคยไปเยี่ยมเยียนสถานสงเคราะหสัตว์ทุ่งสีกันอยู่หลายครั้ง ต่อมาเมื่อสถานสงเคราะห์สัตว์ต้องย้ายไปอยู่กาญจนบุรี ผู้เขียนก็ไม่ทราบตำแหน่งแหล่งที่อยู่ใหม่อย่างชัดเจน จนวันหนึ่งเพื่อนของผู้เขียน ซึ่งมีความศรัทธาต่อสถานสงเคราะห์ทุ่งสีกันอย่างยิ่ง ได้มาชวนผู้เขียนไปที่สวนสัตว์เลี้ยงแห่งนี้ ผู้เขียนจึงทราบตำแหน่งที่อยู่ในปัจจุบัน จึงมีแนวความคิดว่าน่าจะมีผู้ที่มีความสนใจ สถานสงเคราะห์สัตว์ที่ย้ายจากทุ่งสีกันและไม่ทราบที่อยู่ใหม่ไม่น่อย จึงนำเรื่องเขียนในวารสารการสัตว์ เพื่อผู้ที่สนใจจะได้ตามไปเยี่ยม หรือมอบความช่วยเหลือตามศรัทธาดังที่เคยมีมา สวนสัตว์เลี้ยงที่จังหวัดกาญจนบุรี มีสถานที่กว้างขวาง ร่มรื่น มีหลังคากันแดดกันฝน มีสัดส่วนสำหรับสัตว์พิการ ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมเยือนจะรู้สึกเหมือนๆ กัน คือ ได้เข้าไปสู่โลกที่มีความเมตตา และมีน้ำใจซึ่งกันและกัน ระหว่างมนุษยชาติกับสัตว์ที่น่าสงสาร เมื่อใครก็ตามที่มีน้ำใจเข้าไปเยี่ยมเยียน จะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น จากเจ้าหน้าที่ของสวนสัตว์เลี้ยง และสิ่งที่น่าประทับใจมากอีกอย่างหนึ่งคือ จะมีสัตว์บางตัวที่แสนรู้ทำตัวเป็นมัคคุเทศน์ วิ่งนำชมสถานที่ของสวนสัตว์เลี้ยง เหมือนจะชี้ชวนให้เราดูและขอความเมตตาจากพวกเรา |